วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ : ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ลิเวอร์พูล[1] (-0/0.5) แมนเชสเตอร์ ซิตี้[3]

เวลา : 19:35น.

ราคาต่อรอง : ลิเวอร์พูล ต่อ เสมอควบครึ่ง


สถิติการพบกัน
– พบกัน 26 คู่, ลิเวอร์พูล: ชนะ 11(42.30%), เสมอ 10(38.46%), แพ้ 5(19.23%).

การพบกัน 5 เกมหลังสุด

ENG PR 27/12/13 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* 2-1 ลิเวอร์พูล 0.5/1 ชนะ1/2
ENG PR 03/02/13 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* 2-2 ลิเวอร์พูล 0.5 แพ้
ENG PR 26/08/12 ลิเวอร์พูล 2-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* 0/0.5 แพ้1/2
ENG LC 26/01/12 ลิเวอร์พูล* 2-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0 เสมอ
ENG LC 12/01/12 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* 0-1 ลิเวอร์พูล 0.5 แพ้

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

ลิเวอร์พูล

ENG PR 06/04/14 เวสต์แฮมยูไนเต็ด 1-2 ลิเวอร์พูล* ชนะ
ENG PR 30/03/14 ลิเวอร์พูล* 4-0 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ชนะ
ENG PR 27/03/14 ลิเวอร์พูล* 2-1 ซันเดอร์แลนด์ ชนะ
ENG PR 22/03/14 คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ 3-6 ลิเวอร์พูล* ชนะ
ENG PR 16/03/14  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด* 0-3 ลิเวอร์พูล ชนะ

ผลงานในบ้าน 5 นัดหลังสุด

ENG PR 30/0314 ลิเวอร์พูล 4-0 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์* ชนะ
ENG PR 27/0314 ลิเวอร์พูล 2-1 ซันเดอร์แลนด์* ชนะ
ENG PR 23/0214 ลิเวอร์พูล 4-3 สวอนซี ซิตี้* ชนะ
ENG PR 08/0214 ลิเวอร์พูล 5-1 อาร์เซน่อล* ชนะ
ENG PR 29/0114 ลิเวอร์พูล 4-0 เอฟเวอร์ตัน* ชนะ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ENG PR 05/04/14 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* 4-1 เซาแธมป์ตัน ชนะ
ENG PR 30/03/14 อาร์เซน่อล 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* เสมอ
ENG PR 26/03/14 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* ชนะ
ENG PR 22/03/14 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* 5-0 ฟูแล่ม ชนะ
ENG PR 15/03/14 ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* ชนะ

ผลงานนอกบ้าน 5 นัดหลังสุด

ENG PR 30/0314 อาร์เซน่อล 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ
ENG PR 26/0314 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ
ENG PR 15/0314 ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ
UEFA CL 13/0314 บาร์เซโลน่า 2-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้* แพ้
ENG PR 08/0214 นอริช ซิตี้ 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอ

ตารางคะแนน

อันดับ ชื่อทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
1 ลิเวอร์พูล 33 23 5 5 90 40 74
2 เชลซี 33 22 6 5 65 24 72
3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 31 22 4 5 84 29 70
4 อาร์เซน่อล 33 19 7 7 56 40 64
5 เอฟเวอร์ตัน 32 18 9 5 52 31 63
6 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 33 18 5 10 45 45 59
7 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 33 17 6 10 56 38 57
8 เซาแธมป์ตัน 33 13 9 11 50 44 48
9 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 33 14 4 15 38 51 46
10 สโต๊ค ซิตี้ 33 10 10 13 37 48 40
11 เวสต์แฮมยูไนเต็ด 33 10 7 16 37 44 37
12 ฮัลล์ ซิตี้ 33 10 6 17 34 40 36
13 แอสตัน วิลล่า 32 9 7 16 35 48 34
14 คริสตัล พาเลซ 32 10 4 18 23 39 34
15 สวอนซี ซิตี้ 33 8 9 16 45 49 33
16 เวสต์ บรอมมิช อัลเบียน 32 6 14 12 37 48 32
17 นอริช ซิตี้ 33 8 8 17 26 52 32
18 ฟูแล่ม 33 8 3 22 33 74 27
19 คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ 33 6 8 19 29 64 26
20 ซันเดอร์แลนด์ 31 6 7 18 29 53 25

สภาพความพร้อมของนักเตะ

ลิเวอร์พูล : 

”หงส์แดง” จากการนำทีมของผู้จัดการทีมหนุ่มชาวไอร์แลนด์เหนืออย่าง “เบรนแดน ร็อดเจอร์ส” ยังคงเดินหน้าไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไปอย่างมุ่งมั่น หลังจากที่อาทิตย์ก่อนออกไปสยบ” เวสต์แฮม” 2-1 ก็นับเป็นชัยชนะเป็นเกมที่ 9 ติดต่อกันเข้าไปแล้ว  ก่อนนัด ซูเปอร์ซันเดย์กับ แมนฯ ซิตี้ อาทิตย์นี้”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รั้งบัลลังก์จ่าฝูงในขณะที่เหลืออีกเพียงแค่ 5 เกม โดยมี 4 คะแนนเหนือกว่าอันดับที่ 3 อย่าง แมนฯ ซิตี้ ที่มีเกมในมือเหลือ 2 เกม ในขณะที่ก่อนจะแข่งก็จะมีการรำลึกครบรอบ 25 ปีของเหตุโศกนาฏกรรม ฮิลส์โบโร่ อีกด้วย และเกมจะแข่งช้ากว่าปกติ 7 นาทีเหมือนอย่างที่เคยทำกันทั่วประเทศอังกฤษช่วงสุดสัปดาห์ ในส่วนของความพร้อมล่าสุด ก็มีรายงานมาว่า” แดเนียล แอ็กเกอร์” กองหลังชาวเดนมาร์ก จะได้กลับมาคืนสู่ทีมอีกครั้ง หลังจากที่พลาดท่านัดเยือนขุนค้อน ก็เพราะว่าเจ็บหัวเข่า ซึ่งสตาร์เดนส์เตรียมจะเบียด “มามาดู ซาโก้” ลงไปนั่งสำรองตามเดิม  นอกเหนือจากนี้” โฆเซ่ เอ็นริเก้ กับ เซบาสเตียน โกอาเตส” สองปราการหลังที่พักยาวๆแล้ว ก็ถือว่า “ร็อดเจอร์ส “มีนักเตะชุดใหญ่ให้เลือกใช้งาน โดยผู้จัดการทีมชาวไอร์แลนด์เหนือ กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเรียกใช้บริการ” ลูคัส เลวา” มิดฟิลด์ตัวรับทีมชาติบราซิล เพื่อที่จะหยุดเกมของ “แมนฯ ซิตี้” หรือจะใช้งาน “ฟิลิปป์ คูตินโญ่” ต่อไปอย่างที่ทำมาโดยตลอดในช่วงหลัง นักเตะราย อื่นๆ ต่างก็พร้อมไล่ล่าชัยชนะในพรีเมียร์ลีกเกมที่ 10 ติดต่อกัน เกมรับก็จะนำโดย “ซิมง มิโญเล่ต์, เกล็น จอห์นสัน เด็กเก่า เวสต์แฮม, มาร์ติน สเคอร์เทล, แอ็กเกอร์ และ จอน ฟลานาแกน ” ส่วนกองกลางจะประกอบไปด้วยกัปตันทีม “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” ที่จะลงมายืนต่ำ ปล่อยให้เจ้าหนู “ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, คูตินโญ่ กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน” สร้างเกมบุกให้คู่ศูนย์หน้าที่ร้อนแรงสุดๆ อย่าง “แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ หลุยส์ ซัวเรซ” ดาวยิง 29 ประตู

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 

”เรือใบสี ฟ้า” ของผู้จัดการทีมชาวชิลี “มานูเอล เปเยกรีนี่” ก็กุมชะตาตนเองไว้ในมือเช่นเดียวกันกับ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โดยถ้าหากคว้าชัยชนะได้หมดก็จะเข้าป้ายแชมป์พรีเมียร์ลีกในทันที ซึ่งถ้านับจนถึงตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่แพ้ในลีกมานาน 7 เกมเข้าไปแล้ว ตั้งแต่ที่โดน “เชลซี” บุกหั่น 1-0 เมื่อตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ ฟอร์มล่าสุดของ แมนฯ ซิตี้ คือการเปิดบ้าน เอติฮัด สเตเดี้ยม ไล่ถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน ราบคาบ 4-1 เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยที่ นักบุญ คือเพียงทีมเดียวที่สามารถจะบุกไปชนะ” ลิเวอร์พูล” ได้ถึงที่ แอนฟิลด์ ในซีซั่นนี้ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว ก็มีข่าวดีสำหรับสาวก ซิตี้ เมื่อดาวยิงตัวเก่ง เซร์คิโอ อเกวโร่ ”กุน” เตรียมที่จะกลับมาประจำการในเกมบุกอีกครั้งในวันอาทิตย์นี้ หลังจากที่หายหน้าไป 5 นัด เพราะบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า แต่ล่าสุดก็ลงซ้อมได้แบบเต็มรูปแบบตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เท่ากับว่า ตอนนี้มีเพียงแค่เซนเตอร์แบ็ก “มาติย่า นาสตาซิช” (หัวเข่า) แค่คนเดียวที่ถือเป็นตัวหลักที่หายไป ในขณะที่” ยาย่า ตูเร่” กองกลางตัวเก่งทีมชาติไอเวอรี่โคสต์ ก็เอาชนะอาการบาดเจ็บที่ได้รับระหว่างเกมถล่ม “นักบุญ” ไปได้ทันเวลา “เปเยกรีนี่่” พร้อมที่จะจัดทีมใหญ่วัดกับเจ้าบ้าน โกยทางสู่แชมป์ โดย “โจ ฮาร์ท” พร้อมเฝ้าประตู กองหลังแผงแบ็กโฟร์อย่าง ปาโบล ซาบาเลต้า, กัปตันทีม แว็งซ็องต์ ก็องปานี, มาร์ติน เดมิเคลิส และ กาแอล กลิชี่ ส่วนทาง ยาย่า ตูเร่ จะดูแลตรงกลางร่วมกับ แฟร์นานดินโญ่ ในขณะที่เกมบุกก็มีทีเด็ดทั้ง ดาบิด ซิลบา, กุน และ ซามีร์ นาสรี่ ที่จะปั่นป่วนหลังหัวหอกตัวเป้า เอดิน เชโก้

วิเคราะห์บอล

เกมนัดนี้”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเปิดรังต้อนรับการไปเยือนของ”เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อลองดูจากสถิติการเจอกันของทั้ง 2 ทีมแล้วทางฝั่งที่ลงเตะได้ดีกว่าก็คือ “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ส่วนผลงานการเล่นในช่วงหลังนี้เจ้าถิ่นที่ผลงานกำลังร้อนแรงแบบสุด ๆและก็กำลังต้องการ 3 คะแนนมากเพื่อที่จะลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้ ด้วยนักเตะที่สูสีกันมากและผลงานที่กำลังเล่นได้ดีพอ ๆ กันนั้นจึงทำให้”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ”เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดเกมส์บุกแลกกันอย่างสนุกและสุดท้ายคงจะไม่มีทีมใดที่เหนือกว่าที่จะคว้าชัยชนะไปได้จากนัดนี้ แต่ขอเชื่อเจ้าถิ่นที่มีสภาพแวดล้อมได้เปรียบกว่าอยู่นั่นเอง

ฟันธง : ต่อ ลิเวอร์พูล

ผลงานที่คาด : ลิเวอร์พูล 3-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้